วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิธีการแก้อาการเมารถ

วิธีการแก้อาการเมารถและเมาเครื่องบิน” ของการแพทย์ทุกวันนี้ คือการให้ยาแก้เมา เวลากินแล้วจะง่วงมาก เป็นอันว่าแก้ปัญหาโดยบังคับให้หลับไปตลอดทาง ไม่ต้องมองทิวทัศน์ระหว่างทาง ความสนุกของการท่องเที่ยวก็จะลดลงไปอาการเมารถเมาเรือมีมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้ว ไม่ว่าชาติใดภาษาไหนล้วนมีวิธีแก้เมารถเมาเรือทั้งสิ้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้
     ในเชียงใหม่ สมัยก่อนเขาใช้วิธีอมเมี่ยงแก้เมารถเมาเรือกัน อาศัยความเปรี้ยวและฝาดของใบเมี่ยงมากดอาการคลื่นไส้ อาศัยคาเฟอีนน้อย ๆ ในใบเมี่ยงมากระตุ้นเลือดลมให้เดินดีขึ้น อาการคลื่นเหียน เวียนศีรษะระหว่างเดินทางก็จะหายไป
     ในจีน เขาใช้วิธีการกดจุดที่ข้อมือทั้งสองข้าง เรียกจุดนี้ว่าเน่ยกวาน ใช้เวลารู้สึกคลื่นไส้ในรถ จะกดจุดกระตุ้นตัวเองก็ได้ ได้ผลชะงัดดีเหมือนกัน จนกระทั่งมีคนหัวใสทำริสท์แบนด์หรือที่รัดข้อมือที่ติดปุ่มกระตุ้นจุดออกขาย สำหรับจุดที่ต้องการให้กดอยู่เหนือข้อมือทางด้านฝ่ามือ ห่างจากรอยพับของข้อมือขึ้นไปประมาณ 2 นิ้ว อยู่ตรงกลางระหว่างเส้นเอ็นเล็ก ๆ สองเส้นเวลากด ให้กดคลึงตรงตำแหน่งนั้นนานเท่ากับนับ 1-20 หรือจะกดปล่อย กดปล่อยไปเรื่อย ๆ ก็ได้ จนรู้สึกอาการดีขึ้น และด้วยเหตุผลเดียวกัน ถ้าใครมีอาการหนักการฝังเข็มก็ใช้รักษาได้ผลดีมากการใช้ยาดมประเภทยาหอมยาลมก็ช่วยป้องกันอาการเมารถเมาเรือได้ หากอาเจียนหรือไม่สบายมาก ก็สามารถใช้ยาหอมกินเข้าไปอาการก็จะดีขึ้นในทันที ผู้เขียนเคยใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์ทั้งหลอดช่วยคนที่เมารถอย่างหนักให้อาการหยุดลงในทันทีได้ เพียงแต่ว่าเราต้องพกยาหอมไว้ในกระเป๋าเพื่อแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน
ส่วนมาตรการป้องกันอาการเมารถอื่น ๆ ได้แก่
1. คนขี้เมารถจะต้องนั่งข้างหน้ารถคู่กับคนขับเสมอ
2. บอกคนขับรถให้ขับช้าลง อาการเวียนศีรษะจะลดลงเอง
3. เปิดหน้าต่างให้อากาศบริสุทธิ์โกรกเข้ามาในรถจะช่วยผ่อนเบาอาการได้มาก
4. ก่อนเดินทางไม่ควรอดอาหาร เพราะยิ่งท้องว่างจะยิ่งทำให้มีอาการมาก แต่อาหารที่ควรกินควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายผ่าน กระเพาะไปเร็ว แปลว่าอาหารมื้อก่อนเดินทาง ไม่ควรมีไขมันมากเกินไปเพราะมันจะค้างอยู่ในกระเพาะเป็นเวลานาน ในขณะที่ในกระเพาะต้องมีอาหารค้างอยู่พอสมควร อย่าลืมว่า ถ้าท้องว่างไปอาการก็จะเกิด ถ้าอาหารเต็มท้องก็จะยิ่งอาเจียน เปลืองแรงเปล่าๆ

อาการเมารถ

1. การเมารถ เชื่อว่าเกิดเนื่องจากภาพที่ตารับรู้ กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย มันไม่สัมพันธ์กัน ทำให้สมองงงและเครียด เกิดเป็นอาการเมารถ 

2. ยกตัวอย่างเช่น นั่งเรือ รู้สึกโคลงเคลงอยู่กับที่ แต่ภาพที่สมองรับรู้ คือ กำลังตรงไปข้างหน้า และขึ้นๆลงๆตามแรงคลื่น ผลคือ อ้วกกก!

3. อาการเมารถ คือส่วนผสมของอาการมึนๆ ปวดหัวตึ้บๆ หวิวๆ มวนท้อง คลื่นไส้ สุดทรมานคอหอย

4. เวลาอ้วก หลังคอจะเปรี้ยวๆ บางทีกลิ่นคล้ายข้าวต้ม

5. บางคนอ้วกแรงจนอ้วกพุ่งออกทางจมูก (อนาถมาก) 

6. คนที่ไม่เมารถมักฉงนว่าทำไมคนเมารถถึงเมาได้เมาดี

7. พอๆกับคนเมารถที่มองคนไม่เมารถด้วยความทึ่งเวลาเห็นคนไม่เมารถกินขนม/อ่านหนังสือ/ปักโครเชต์บนรถได้

8. สิ่งที่คนเมารถเกลียดที่สุดคือ ถนนคดเคี้ยว กลิ่นฉุนๆ การขับรถแบบกระชากๆ และการแตะเบรกแบบแทบไม่เว้นระยะ เบรกทีรู้สึกเหมือนอ้วกกำลังจะพุ่งขึ้นมาจากหลอดอาหาร

9. ดังนั้น ถ้าคุณขับรถแบบข้างต้น แล้วมีคนเมารถนั่งไปด้วย อาจถูกงอนโดยไม่รู้ตัว

10. ในกรณีเครื่องบิน สำหรับ จขบ มันคือช่วงเวลาขณะ Take off กำลังไต่ระดับ และขณะกำลังจะ Landing

11. ในกรณีเรือ มันคือทุกอย่าง! (จขบ แค่ฝ่าเท้าแตะเรือก็เมาแล้ว)

12. คนบางคนเมากระทั่งลิฟต์ (ก็ จขบ เองแหละ)

13. เมารถ เป็นแล้วไม่หายตลอดชีวิต  

14. บางคนบอกว่า เดินทางมากๆแล้วจะหายไปเอง โกหกทั้งเพ!

15. เนื่องจากมันเป็นแล้วไม่หาย ดังนั้นจึงต้องมีวิธีป้องกัน หรือวิธีแก้

16. มีหลากหลายความเชื่อที่ว่าทำแล้วจะไม่เมารถ เช่น ให้มองดูวิวออกไปไกลๆ เอากอเอี๊ยะมาปิดสะดือ อมลูกอม กดจุด ดื่มน้ำขิง 

17. ทุกอย่างนั้น จขบ ลองมาหมดแล้ว พบว่า บางอย่างก็ได้ผล บางอย่างก็เป็นผลทางใจ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ผลง่ะ 

18. การเตรียมตัวก่อนเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ

19. ถ้ารู้ตัวว่าต้องเดินทาง อย่ากินอะไรอลังการ, ย่อยยากหรืออาหารมีกลิ่น อ้วกมาล่ะจะขายหน้ามาก

20. ไม่ควรกินกาแฟก่อนเดินทาง นอกจากนอนไม่หลับแล้ว มันจะทำให้ทางเดินอาหารปั่นป่วน

21. เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดช่วงท้องและขาเพื่อให้เลือดไหลเวียนดี

22. การเลือกที่นั่งสำคัญมากสำหรับคนเมารถ เลือกที่ผิด คิดจนตัวอ้วก! 

23. แนะนำให้เลือกที่นั่งด้านหน้าๆ เพราะนั่งหลังมันจะโดนเหวี่ยงมากกว่า ได้กลิ่นควันเป็นของแถมด้วย  อ้วกง่ายขึ้นสองเท่า

24. สำหรับเรือ บางคนบอกว่าให้นั่งกลางๆเรือ บางคนบอกให้นั่งดาดฟ้าเรือ 

25. จขบ ลองแล้ว ก็ให้อาหารปลาบ่อยเท่าเดิม

26. วิธีป้องกันการเมารถที่ดีที่สุด มี 3 วิธี 1.เดินทางโดยการเดินไป 2.หลับ 3. กินยา

27. ต้องกินยาก่อนเดินทาง 30 นาที รอให้เมาแล้วค่อยกินมันสายไป

28. กินยาแล้วคอจะแห้งมาก จึงควรมีขวดน้ำติดตัวเอาไว้จิบ

29. สำหรับคนที่ไม่อยากกินยา เลือกนอนแทนก็ได้ผลดีไม่แพ้กัน

30. สำหรับคนนั่งรถประจำทาง ระวังการนอนเพลินจนเลยที่ๆจะลง